Logo
กลับหน้าหลักบล็อก
Education
McKinsey Product Model: นักการตลาด/เซลส์ ที่เขียนโค้ดเป็น คือ “แรร์ไอเทม” ในยุคนี้

McKinsey Product Model: นักการตลาด/เซลส์ ที่เขียนโค้ดเป็น คือ “แรร์ไอเทม” ในยุคนี้

Yu Dev
Yu Dev
เขียนเมื่อ 22 พฤษภาคม 2569

McKinsey Product Model: นักการตลาด/เซลส์ ที่เขียนโค้ดเป็น คือ “แรร์ไอเทม” ในยุคนี้ 💎🔥

ในโลกของการทำงานแบบดั้งเดิม เส้นแบ่งระหว่าง “คนทำธุรกิจ” (ฝั่ง Business/Marketing) และ “คนทำเทคโนโลยี” (ฝั่ง Tech/Developer) มักจะถูกขีดไว้ชัดเจน ฝั่งหนึ่งมีหน้าที่หาความต้องการของลูกค้า ส่วนอีกฝั่งมีหน้าที่สร้างระบบขึ้นมาตอบสนอง

แต่รายงาน “The Product Operating Model” ล่าสุดจากบริษัทที่ปรึกษาระดับโลกอย่าง McKinsey & Company กำลังประกาศว่า โมเดลการทำงานแบบแยกส่วนนี้กำลังจะพังทลายลง และผู้ที่จะก้าวขึ้นมากุมอำนาจสูงสุดในองค์กรยุคใหม่ คือคนที่สามารถควบรวมสองทักษะนี้ไว้ในตัวคนเดียว

หากคุณเป็นนักการตลาด เซลส์ หรือคนทำงานสายธุรกิจที่กำลังคิดจะเรียนเขียนโปรแกรม นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงกำลังจะกลายเป็น “Product Builder” ที่องค์กรยอมทุ่มงบไม่อั้นเพื่อดึงตัวไปร่วมทีม

1. อวสานกำแพงไซโล: เมื่อความต้องการลูกค้า รอคิวเขียนโค้ดไม่ได้

– The Broken Process: ในอดีต กว่าไอเดียการตลาดจะถูกแปลงเป็นฟีเจอร์ในแอปพลิเคชัน ต้องผ่านการบรีฟงานจาก Marketing สู่ PM และส่งต่อไปยัง Developer ซึ่งมักจะเกิดปัญหา “ข้อมูลตกหล่น” กว่าระบบจะเสร็จ ลูกค้าก็เปลี่ยนใจไปใช้ของคู่แข่งแล้ว

– The New Standard: McKinsey ชี้ว่าองค์กรที่เติบโตได้ในยุคนี้ ต้องใช้โมเดลแบบ Product-Led องค์กรจึงต้องการคนที่สามารถคุยกับลูกค้าตอนเช้า เข้าใจปัญหา และสามารถนั่งลงเขียนลอจิกเบื้องต้นเพื่อขึ้นโครงระบบ (Prototype) ได้ในตอนบ่าย ความรวดเร็วในการเปลี่ยน Customer Insight ให้เป็น Tech Solution คือตัวชี้วัดความอยู่รอดของธุรกิจ

2. สมการมูลค่า: Customer Insight x Technical Execution = Unfair Advantage

– The Core Logic: ทักษะการเขียนโค้ดคือ “เครื่องมือ” แต่ความเข้าใจลูกค้าคือ “เข็มทิศ” โปรแกรมเมอร์ที่เขียนโค้ดเก่งที่สุดในโลกก็สร้างแอปพลิเคชันที่ล้มเหลวได้ หากพวกเขาไม่รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร

– The Unfair Advantage: นี่คือจุดที่คุณเหนือกว่า หากคุณเป็นนักการตลาด คุณรู้จิตวิทยาการตัดสินใจซื้อ หากคุณเป็นเซลส์ คุณรู้ว่าอะไรคือ Pain Point ที่แท้จริงที่ทำให้ลูกค้าควักเงิน เมื่อคุณนำ เข็มทิศ ที่แม่นยำนี้ มาคูณกับ เครื่องมือ อย่างทักษะการเขียนโปรแกรม คุณจะกลายเป็นคนที่สร้างโปรดักต์ที่ทำกำไรได้ตั้งแต่วันแรกที่ปล่อยออกสู่ตลาด

3. จากคนขาย สู่ “ผู้สร้าง” อย่างเต็มรูปแบบ

– The Reality Check: AI อาจจะช่วยเจนบรรทัดโค้ดให้ได้ แต่มันไม่สามารถลงพื้นที่ไปคุยกับลูกค้า ไม่เข้าใจบริบทของการต่อรองธุรกิจ และไม่เข้าใจกลยุทธ์การทำราคา

– The Product Builder: ตลาดไม่ได้ต้องการโปรแกรมเมอร์ที่รับคำสั่งไปวันๆ แต่ตลาดกำลังแย่งชิงตัวคนที่สามารถรับผิดชอบ End-to-end Process ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด ออกแบบระบบ ไปจนถึงการเขียนลอจิกเพื่อสร้างโปรดักต์ คนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่พนักงาน แต่คือ “เทพเจ้า” ในสายตาบอร์ดบริหาร เพราะคุณคือคนที่เสกรายได้ให้บริษัทด้วยมือของคุณเอง

[ บทสรุปจาก CodeCamp ] 🔎

การกระโดดข้ามสายจาก Business มาสู่ Tech ไม่ใช่การทิ้งความรู้เดิม แต่คือการนำโครงสร้างความคิดเชิงธุรกิจของคุณ มาประกอบร่างทางวิศวกรรม

จุดแข็งที่สุดของคุณไม่ใช่ความเร็วในการพิมพ์โค้ด แต่คือลอจิกในการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง หากคุณมีพื้นฐานความเข้าใจลูกค้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การเติมทักษะ Tech เข้าไปจะทำให้กราฟการเติบโตของคุณพุ่งทะยานแบบไร้ขีดจำกัด

ที่ CodeCamp เราเชื่อในสมการนี้ หลักสูตรของเราจึงไม่ได้โฟกัสแค่ไวยากรณ์คอมพิวเตอร์ แต่เราเน้นการสร้าง Engineering Mindset เพื่อให้คุณเข้าใจตรรกะเบื้องหลังระบบ และสามารถนำไปต่อยอดสร้างโปรดักต์ของคุณเองได้

เปลี่ยนจากคนที่รู้ใจลูกค้า มาเป็นคนที่สร้างระบบให้ลูกค้าใช้งานจริงกันครับ

หมวดหมู่: EducationCodeCamp Thailand Blog